เฮติมีประวัติศาสตร์อันยาวนานกับการถูกแทรกแซงและยึดครองของกองกำลังสหรัฐอเมริกาย้อนหลังไปตั้งแต่ ตอนต้นศตวรรษที่ ๒๐ การแทรกแซงของสหรัฐอเมริกานำมาซึ่งความล่มจมของระบบเศรษฐกิจระดับ ชาติและปัญหาความยากจนแก้ประชาชนชาวเฮติ
เหตุการณ์แผ่นดินไหวถูกนำเสนอแก่ชาวโลกว่าเป็นเพียงสาเหตุเดียวเท่านั้นที่นำเฮติมาสู่จุดแห่งความพินาศ โครงสร้างพื้นฐานถูกทำลายไปหมด ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดำดิ่งลงไปสู่ความทุกข์และ ความจนอย่างสิ้นไร้ไม้ตอก แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการที่ประวัติศาสตร์การเป็นอาณานิคมและการถูกกดขี่ ข่มเหงจากชาติมาหอำนาจถูกลบเลือน
ชุสสุโด๊ฟสกี้ตั้งข้อสังเกตุว่า สหรัฐอเมริกาทำทีเข้ามาช่วยเหลือประเทศที่สิ้นไร้ไม้ตอกเช่นนี้มีวาระซ่อน เร้นอะไรบ้าง “มันเป็นการปฏิบัติเพื่อมนุษยธรรมหรือการรุกราน” สิ่งที่สนับสนุนข้อกังขาของมิเชล ชุสสอโด๊ฟสกี้ คือ
๑. องค์กรที่ทำหน้าที่เป็นหัวเรือใหญ่ของภารกิจนี้ คือ กระทรวงกลาโหมสหรัฐ กระทรวงต่างประเทศ และองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) องค์กรเหล่านี้เป็นองค์กรทางทหาร ทั้งนั้นมิใช่องค์กรที่ทำหน้าที่เพื่อช่วยเหลือทางมนุษยธรรมโดยตรง ทำไมจึงมารับบทบาทนี้
๒. ความช่วยเหลือที่สหรัฐฯส่งให้คือ กองกำลังทางหารกว่าหนึ่งหมื่นนาย รวมทั้งนาวิกโยธินอีกสองพัน นาย เรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก (The amphibious assault ship USS Bataan (LHD 5) เรือ USS Fort McHenry (LSD 43) and USS Carter Hall (LSD 50) เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Carl Vinson เรือลาดตระเวณติดอาวุธนำวิถี USS Normandy (CG-60) และเรือฟรีเกตติดอาวุธนำ วิถี USS Underwood และเรือรักษาพยาบาล USNS Comfort นี้ยังไม่รวมเรือและเฮลิคอปเตอร์ สนับสนุน นี้มันคืออาวุธยุทโธปกรณ์และกำลังพลเพื่อเอาไปใช้ในสงครามมากกว่าจะมาใช้ในประเด็นเกี่ยว กับมนุษยธรรม
๓. บทบาทของ Southern Command ซึ่งเป็นองค์กรทางทหารมีบทบาทในการทำสงครามสมัยใหม่และ รักษาความมั่นคงในภูมิภาคโดยเฉพาะในลาตินอเมริกาและแคริบเบียน การเข้ามามีบทบาทของ Southern Command อาจเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของสหรัฐ อเมริกาที่ต้องการควบคุมและตรวจการณ์ ความเคลื่อนไหวทางทหารในแถบแคริบเบียนและลาตินอเมริกาและอาจหมายรวมถึงการเตรียมจัดตั้งฐาน ทัพใหม่ของสหรัฐอเมริกาในโคลัมเบียซึ่งน่าจะสร้างความวิตกกังวลให้กับเวเนซูเอล่าและประเทศแถบลาตินอเมริกาอยู่ไม่น้อย นายพล ดักลาส เฟรเซอร์ ผู้บังคับบัญชาหน่วย Southern Command ได้นิยาม การปฏิบัติการฉุกเฉินในเฮติว่า “สั่งการ, ควบคุม, และสื่อสาร” (C3) ซึ่งจะนำไปสู่การสั่งการและควบ คุมทั้งทางด้านอากาศ เรือ และพื้นดิน บทบาทของ Southern Command จึงน่าเคลือบแคลงอย่างยิ่ง
นอกจากนั้น ชุสสุโด๊ฟสกี้ ยังได้อ้างภารกิจของ Heritage Foundation ที่ตีพิมพ์ลงไนเว็บไซต์ด้วยว่า “แผ่นดินไหวที่เฮติเกี่ยวข้องกับประเด็นทางมนุษยธรรม แต่ก็มีนัยยะเกี่ยวข้องกับความมั่นคงด้วยเช่นกัน”
๔. บุคลากรที่เข้าไปช่วยเหลือในเฮติเป็นทหารมากกว่าพลเรือนในสัดส่วนที่เทียบกันไม่ได้เลยโดยเฉพาะ เกือบร้อยละ ๙๓ เป็นบุคลากรทางทหารซึ่งประกอบไปด้วยทหารสหรัฐอเมริกาจำนวน ๑๒,๐๐๐ นาย รวมกับกองกำลังของสหประชาชาติหรือที่เรียกว่ากองกำลังรักษาเสถียรภาพเฮติ (United Nations Stabilization Mission in Haiti - Minustah) อีก ๗๐๓๑ คน ตำรวจ ๒๐๓๔ ที่เหลือ ๑๒๑๔ เป็นเจ้าหน้าที่พลเรือนท้องถิ่นในเฮติและเพียง ๒๑๔ คนเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครของสหประชาชาติ นอกเหนือจากบุคลากรของสหรัฐฯ จำนวนบุคลากรเหล่านี้ดำเนินงานในภารกิจของสหประชาชาติ (UNITED NATIONS STABILIZATION MISSION IN HAITI -MINUSTAH) ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นหลังจากภารกิจการโค่นล้มประธานาธิบดีอรีสตรีดในปี ๒๐๐๓ ชุสสุโด๊ฟสกี้ ไม่ได้ไม่ไว้ใจในสัดส่วนของบุคลากรเท่านั้น แต่ตั้งข้อสังเกตกับกองกำลังทางทหารทั้งจากสหรัฐและจาก MINUSTAH เคยร่วมมือกันโค่นล้มประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกมาตามครรลองประชาธิปไตยแล้ว MINUSTAH เองไม่มีประวัติในการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมนอกจากการควบคุมและเฝ้าระวัง นอกจากนั้นยังมีประวัติการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเฮติมาตลอด
ในปี ๑๙๙๑ สหรัฐอเมริกาฝึกหน่วยจารกรรมสนับสนุนการโค่นล้มผู้นำของเฮติ ปี ๑๙๙๔ สหรัฐอเมริกา เข้าแทรกแซงทางทหารด้วยข้ออ้าง “เพื่อฟื้นฟูประชาธิปไตยในเฮติ” แต่ในความเป็นจริงแล้วสหรัฐฯ ต้องการเข้าไปป้องกันการลุกฮือขึ้นของประชาชนต่อต้านรัฐบาลที่สหรัฐจัดตั้งขึ้นมาและปกป้องระบบเศรษฐกิจเสรีนิยมที่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทอเมริกันมากกว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๐๐๔ เกิดรัฐประหาร ขึ้นอีกครั้ง มีหลักฐานพิสูจน์ชัดเจนว่ากองกำลังพิเศษสหรัฐและสำนักงานข่าวกรอง (CIA) ได้ฝึกอบรม ทีมสังหาร (Death Squad) ที่เรียกว่า FRAPH รับผิดชอบกับภารกิจการโค้นล้มประธานาธิบดีและการ สังหารประชาชนเฮติไปไม่น้อยกว่า ๕๐๐๐ คน
เนื่องจากเฮติมีกองกำลังต่างชาติเข้ามาแทรกแซงและปกครองตลอดศตวรรษที่ ๒๐ สหรัฐอเมริกาซึ่งเข้า แทรกแซงและใช้กำลังยึดครองเฮติมาตลอด การรัฐประหาร ๓๓ ครั้งและสองครั้งหลังเป็นบทบาทของ กองกำลังที่มีสหรัฐหนุนหลังและโค่นล้มประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนทั้งสองครั้งทำให้ตั้งคำ ถามว่า แล้วสหรัฐอเมริกาทำตัวให้ไว้ใจได้หรือไม่ และเมื่อดูประวัติแล้วกองกำลังของสหประชาชาติ MINUSTAH ก็ไม่สามารถที่จะน่าไว้ใจได้เพราะยังอยู่ในความควบคุมของกองกำลังสหรัฐฯ ฉะนั้นการมี กำลังต่างชาติเข้ามาแทรกแซงจึงเป็นสิ่งที่ชาวเฮติไม่พึงประสงค์ แม้ว่าวัตถุประสงค์ที่เข้ามาอาจฟังดูดี เช่น ในอดีตเป็นการเข้ามาเพื่อ “ฟื้นฟูประชาธิปไตย” และในปัจจุบันเข้ามาเพื่อ “เพื่อมนุษยธรรม” แต่กองกำลังของทั้งสองครั้งมันคือกลุ่มเดียวกันที่ทำร้ายเอติ
เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ดูเหมือนจะนำมาซื่งโอกาสที่ดีที่สหรัฐอเมริกาจะแอบอ้างการมาช่วยเหลือทาง ด้านมนุษยธรรมในขณะเดียวกันก็แอบเตรียมนำเสนอแผนการหายนะมาสู่เฮติและภูมิภาคแหน่งนี้ได้เช่น กัน
วันอังคารที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
เฮติ กำลังเปิดบ้านรับความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมหรือกองกำลังเข้ายึดครอง
ป้ายกำกับ:
Earthquake,
Haiti,
Haiti's Disaster,
Humanitarian Aid,
www.globalhegemony.com
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น