๑. วิกฤติทางสิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมประสบกับการเสียดุลยภาพ (Climate Instability)อย่างรุนแรงขึ้น ภัยธรรมชาติเริ่มปรากฏตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในประเทศที่พึ่งพิงตัวเองได้ เช่น ชิลี และประเทศที่พึง่พิงตัวเองมิได้ยิ่งวิกฤติหนัก เช่น เฮติ นอกจากนั้นเรายังไม่นับวิกฤติเล็กกว่านี้แต่ก็คร่าชีวิตมนุษย์ไปมาก เช่น เฮรริเคนแครีน่า ทสึนามิที่เอเชีย และภัยแล้ง ภัยร้อน โคลนถล่ม น้ำท่วม ภัยอากาศหนาวเย็นทั่วทุกมุมของโลก
๒ วิกฤติทางการเศรษฐกิจ วิกฤติสิ่งแวดล้อมนั้นแถบจะเป็นเรื่องปลายเหตุแล้วเพราะมันเลยจุดแตกหักที่จะเอาคืน (เจมส์ แฮนสัน ใช้คำว่า tipping point see http://www.huffingtonpost.com/dr-james-hansen/twenty-years-later-tippin_b_108766.html) แต่วิกฤติทางการเศรษฐกิจนี่เองที่เป็นตัวการทำให้เกิดวิกฤติข้อแรกและข้ออื่น ๆ ก่อนอื่นต้องบอกกว่ารากฐาน คืออยู่ที่ระบบโครงสร้างทุนนิยมที่ผลักดันให้มนุษย์แสดงออกซึ่งกิเลสและการเสพอย่างเต็มที่ แน่นอนมันมีการผลิตเต็มที่แต่การผลิตก็มีแรงผลักดันจากการเสพเต็มที่ และการเสพเต็มที่ก็ยิ่งผลักดันให้นำทรัพยากรออกมาอย่างเต็มที่ มีการเผาผลาญทรัพยากร ปัจจุบันเราเห็นแล้วว่าวิกฤติทางเศรษฐกิจมันมาจากรากฐานการเสพเต็มที่ของทุนนิยม และผู้ที่เสพเต็มที่ก็มุ่งหาผลกำไรเต็มที่โดยใช้ทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือทางสื่อและทางอำนาจรัฐ
๓ วิกฤติการเมือง วิกฤติตัวนี้เป็นตัวสำคัญ รัฐชาติมิได้ทำหน้าที่เป็นตัวรองรับอำนาจของประชาชนแต่รองรับอำนาจของกลุ่มผลประโยชน์ที่มีอำนาจมากกว่าปัจเจกชน รัฐชาติ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งประชาธิปไตย หรือเผด็จการ มิได้ยอมเป็นไปตามอำนาจของประชาชนที่เลือกมาแต่เลือกที่จะยอมตามอำนาจของตัวแทนของบรรษัท ตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์ ฉะนั้นแล้วรัฐชาติจะทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มอำนาจใหญ่ ๆ เช่น บรรษัทข้ามชาติ ซึ่งมักใช้วิธีการล๊อบบี้นักการเมืองและเปลี่ยนแปลงกลไกทางกฏหมาย สงครามหรือความขัดแย้งของรัฐหนึ่งอาจเกิดขึ้นได้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบรรษัทข้ามชาติโดยไม่ได้เป็นไปตามเสียงของประชาชนส่วนใหญ๋ ยกตัวอย่าง เช่น สงครามเวียตนาม สงครามอิรักและปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับชาติที่โดดเดี่ยวอื่น ๆ ที่มองหาอาวุธนิวเคลียร์เป็นเครื่องมือต่อรอง
ความขัดแย้งในระดับการปกป้องผลประโยชน์ของบรรษัทข้ามชาติจึงนำไปสู่การสร้างลัทธิแบ่งพวกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเพื่อรวมกลุ่มปิดล้อมหรือรวมกลุ่มประณามและลงโทษรูปแบบต่าง ๆ การแบ่งพวกเป็นคอมมิวนิสต์และทุนนิยมเกิดขึ้นเพราะการมุ่งที่จะแบ่งพรรคพวกในการค้า เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางทหารของรัฐชาติหนึ่ง หรือของกลุ่มของตน โดยไม่ได้มองถึงความมั่นคงของทั้งโลกทั้ง ๆ ที่ยิ่งมีความมั่นคงของแต่ละกลุ่มแต่ละพวกมากขึ้นเท่าใด ความมั่นคงของทั้งโลกก็ลดน้อยลงทุกที เพราะอาวุธที่แต่ละฝ่ายมีในปัจจุบันสามารถทำลายล้างโลกไปพร้อม ๆ กัน วิกฤติการเมืองเป็นวิกฤติที่นำไปสู่ประเด็นอื่น ๆ เช่น ความขัดแย้งของรัฐชาติ การซื้ออาวุธเพื่อต่อรองอำนาจทางการเมือง และการลงโทษทางเศรษฐกิจ สงคราม ความยากจน ปัญหาผู้อพยพ โรคละบาท การฆ่าล้างเผ่าพันธ์ ชาตินิยม การต่อต้านหรือประณามเชื้อชาติใดเชื้อชาติหนึ่ง
ปัจจุบัน ความขัดแย้งสามารถแบ่งออกเป็นระดับใหญ่ ๆ ได้ ๓ ระดับ ๑ ระดับโลก จะเห็นว่า สหรัฐอเมริกามีแนวโน้มที่จะมีความขัดแย้งกับทุกชาติเพราะเข้าไปมีผลประโยชน์ (ซึ่งไม่ถึงคนอเมริกันส่วนใหญ่นะครับ)แต่ที่มีความขัดแย้งอย่างชัดเจนก็คือ ชาติที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับอเมริหานั่นเอง เช่น จีน รัสเซีย อิหร่าน เกาหลีเหนือ และเวเนซูเอล่า ส่วนประเทศอื่น ๆ ที่ไม่กล่าวถึงถือว่าเป็นแรงต้านเงียบแต่มิได้เห็นด้วยเสมอไปเพราะเห็นว่าอเมริกาเที่ยวรุกรานชาติอื่น ๆ อย่างไม่เกรงใจ หรือที่หงอมาก ๆ ก็เข้าร่วมเป็นพวกเดียวกันกับอเมริกาเพราะเชื่อว่าปลอดภัยดีหรือไม่ก็กลัวสหรัฐอเมริกา เช่น กลุ่มประเทศเนโต้ หลาย ๆ ประเทศที่ไม่เห็นด้วยก็กำลังถูกท้าทายอย่างเต็มที่จากหน่วยจารกรรมของสหรัฐอเมริกาด้วยการที่ผู้นำถูกหน่วยจารกรรมโค่นล้มอำนาจและยัดเยียดความผิดต่าง ๆ ให้ในที่สุดสหรัฐก็เอาคนของตัวเองที่คอยเป็นสุนัขรับใช้แทน เช่น กรณีของ ฟิลิปปินส์ (มาร์กอส)เวียดนาม (โหง ดิน เซียม) อัฟกานิสถาน(ฮามิด คาร์ไซ) เฮติ (เรเน เพรวาล)กัมพูชา (ลอน นอล) ฮอนดูรัส (โลโบ้) ชิลี (ในสมัยปิโนเช่) และอีกหลายกรณี ทำให้สหรัฐอเมริกาเป็นศัตรูกับประชาชนในระดับล่างทั่วโลกมากขึ้นเพราะระดับล่างก็ต่อต้านรัฐบาลที่สหรัฐฯตั้งขึ้น รัฐบาลที่สหรัฐตั้งขึ้นก็รับใช้บรรษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯอีกที ก็ต่อต้านกันไปเป็นทอด ๆ ในขณะเดียวกันทุนของบรรษัทเหล่านี้ก็ใช้อย่างเต็มที่ในการสร้างภาพ
๔. วิกฤติองค์กรเอกชน องค์กรเอกชน เช่น สหประชาชาติและองค์กรอื่น ๆ เช่น ไอเอ็มเอฟ ธนาคารโลก และองค์พลังงานนิวเคลียร์นานาชาติ ล้วนเริ่มทำหน้าที่ได้อย่างเคลือบแคลงสงสัยว่าอยู่ภายใต้อำนาจของสหรัฐอเมริกาหรือเปล่า ชุมชนนานาชาติเริ่มจะไม่ได้รับความน่าเชื่อถืออย่างเต็มที่ ระบบการใช้ชาติสมาชิกถาวรวีโต้ทุกอย่างมักมีปัญหาให้ชาติเล็กชาติน้อยไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร แม้กระนั้นสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล และประเทศเนโต้ก็มักจะละเมิดมติสหประชาชาติอยู่เป็นนิจ การใช้อำนาจของความเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ในเวทีเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างที่สหรัฐอเมริกา อังกฤษ จีน บราซิล อินเดีย เดนมาร์ก ไม่ยอมให้ความพันธผูกพันในการลดก๊าซคาร์บอนและพยายามยกเลิกพิธีสารเกียวโตก็ยิ่งเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ว่าองค์กรเหล่านี้ไม่มีอำนาจในการบังคับใช้กับประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ เหล่านี้
๕. วิกฤติสื่อ สำคัญที่สุดคือสื่อต้องนำเสนอข้อมูลโดยไม่มีฟิลเตอร์หรือตัวกรองเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะไปรองรับวาระซ่อนเร้นของแต่ละประเทศ
วันศุกร์ที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น