กฤศดา ธีราทิตยกุล
ผมนั่งคิดเล่น ๆ ว่า ทำไมยิวกับปาเลสไตน์มันจึงรบกันจนกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันขนาดนี้ แน่นอนเวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร แต่ผมดูและศึกษามานานผมก็มองไม่เห็นทางที่สงครามความขัดแย้งระหว่างกลุ่มคนสองชาติพันธ์นี้จะยุติ ไม่ใช่เรื่องเพราะว่าไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยุตินะ แต่เป็นเพราะแนวคิดไซออนิสม์ที่ฝังรากลึกกำหนดว่าฝ่ายยิวหรืออิสราเอลต้องยึดครองพื้นที่ศักดิ์สิทธ์ิให้ได้ขณะเดียวกันก็ต้องจัดการกับศัตรูหรือผู้ขัดขวางมิให้แผนการไซออนิสม์เป็นจริงให้ราบคาบโดยไม่มีการประนีประนอม เมื่อสามารถจัดการเอาดินแดนศักดิ์สิทธิ์กลับคืนมาและไล่ให้อีกฝ่ายหนึ่งออกไปจากพื้นที่เสียก่อนนั้นแหละ สงครามจึงจะยุติ
จะเห็นว่าความขัดแย้งนี้มันไม่ได้เกิดมาลอย ๆ แต่มันมีทีมาด้วยแนวคิดทางศาสนาที่รองรับ แนวคิดเรื่อง ไซอนนิสม์ ได้รับการปลุกฝังในหมู่ชาวยิวซึ่งนับถือศาสนายูดาย (ไม่แน่ใจว่ามันแตกต่างอะไรจากคริสต์และศาสนาถือพระเจ้าอื่น ๆ ในสมัยโบราณเท่าใดนัก แต่ที่่สำคัญคือสืบเชื้อสายมาจากอับราฮัมแต่เพียงผู้เดียว) แนวคิดนี้เชื่อว่า คนยิวได้ถูกกดขี่และบีบบังคับให้ย้ายออกจากดินแดนศักดิ์สิทธ์ิ ตามแนวคิดไซอนนิสม์เห็นว่าผลจากอาณาจักรโรมันที่แพร่ขยายมาครอบคลุมพื้นที่แห่งนี้ได้ผลักดันให้ชาวยิวระหกระเหเร่ร่อน เพราะการพลัดพรากจากพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ อิสราเอลอ้างความชอบธรรมในเยรูซาเล็มและกาซ่า รวมทั้งพื้นที่แถบที่ราบสูงโกราน ไซไน รวมทั้งบางส่วนของจอร์แดน ซีเรีย แต่แนวความคิดนี้(สร้าง)เกิดขึ้นในปลายศตวรรษที่ ๑๙ นี้เอง ธีโอดอร์ เฮอซึล เป็นผู้ก่อตั้งและผลักดันแนวคิดที่จะนำเอาคนยิวพลัดถิ่น (Jew Diaspora) กลับสู่มาตุภูมิ แนวความคิดนี้ได้รับการตอบรับจากกลุ่มคนยิวทั่วโลกและจักรวรรดินิยมอังกฤษด้วยในขณะนั้น แต่ โจ โคเวล (Joel Kovel) ไม่ได้คิดว่าแนวคิดน้ีมีเหตุผลเท่าใดนัก โจ เห็นว่าเป็นเพียงการสร้างขึ้นมารองรับการเข้าไปยึดพื้นที่ของปาเลสไตน์และเป็นการสร้างรัฐทหารที่ก้าวร้าวขึ้นมาเท่านั้นเอง (ธรรมดา แนวคิดนี้ไม่ค่อยมีใครนำเสนอเพราะมันสวนกระแสกับผลประโยชน์ของคนยิว) โจกล่าวแต่เพียงว่า "โลกนี้จะสูงขึ้นกว่านี้หากปราศจากแนวคิดไซออนนิสม์"
หลังจากถูกกดขี่ข่มเหง ผลักดันให้ออกจากพื้นที่จากอาณาจักรโรมัน (Exodus - Diaspora) ชาวยิวก็ร่อนเร่อย่างไร้จุดหมาย ถูกทารุณกรรมต่าง ๆ นานา สุดท้ายพระเจ้าก็ประทานแผ่นดินที่ว่างเปล่าสำหรับลูก ๆ ที่ไร้แผ่นดินของพระองค์ (อ้างเฉยเลยนะ) แผ่นดินแห่งนี้ก็คือ "เยรูซาเล็ม" (ไม่ใช่แต่เฉพาะกรุงเยรูซาเล็มนะแต่รวมบริเวณรอบ ๆ
ผมขอนำเสนอบางส่วนที่สวนกระแสองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์เดิมของแนวคิดนี้ แซนด์ (Shlomo Zand) กลับมีความเห็นว่าโรมันไม่ได้ไล่ยิวออกจากพื้นที่ แต่อาจมีบ้างส่วนน้อยที่อยู่ในพื้นที่ที่โรมันครอบครอง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงอยู่ในพื้นที่แห่งนี้และต่อมาได้เปลี่ยนมานับถืออิสลามและก็สืบเชื้อสายต่อมาเป็นชาวปาเลสไตน์ในทุกวันนี้ (อ้าวสรุปว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้มันจำกันไม่ได้แล้วก็ตีกันเองยังงั้นสิ - Most Jews remained, converted to Islam when Arabs took over, and became progenitors of today's Palestinians.
)
ทอม เซเกฟ (Tom Segev) บอกว่า ไม่เคยมี "ชาวยิว" อาจมีศาสนายิว เราเรียกว่ายูดาย และการพลักพรากจากบ้านจากเมืองที่ว่ามาก็ไม่เคยเกิดขึ้น ถ้าเป็นอย่างงั้นแล้วจะต้องมีการกลับคืนสู่มาตุภูมิได้ยังไง แล้วก็ไม่มีคนยิวพลัดถิ่นยังที่เราเข้าใจกัน (So, if ancient Judaeans weren't expelled en masse, how were Jews scattered globally - the so-called Jewish Diaspora?
) และถ้าไม่มีชาวยิว แต่มีศาสนาเท่านั้น การสร้างรัฐชาติยิวหรืออิสราเอลขึ้นมามันจะชอบธรรมได้อย่างไร Thus, if Judaism is a "religion," not a "people," how can a "Jewish state" be justified?
ตามความเห็นของ แซนด์ ไซอนนิสม์เป็นเพียงแนวคิดสร้างขึ้นมา ( ) หรือเป็นข้ออ้างที่จะสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐอิสราเอลและจ้องทำลายล้างปาเลสไตน์ แซนด์มีความพยายามที่จะชี้ให้เห็นว่า รัฐอิสราเอลน่าจะเป็นรัฐที่รวมเอาทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์อยู่ร่วมกันอย่างสงบเพราะมีรากทางเชื้้อชาติและวัฒนธรรมเดียวกัน
แต่เมื่อความคิดของแซนด์ไม่ได้รับการขยายผล แนวคิดแบ่งแยกยิวบริสุทธ์ิกับเชื้อชาติหรือเผ่าพันธ์อื่น ๆ ออกไป มันก็มีนโยบายที่ต่างออกไป แนวคิดของธีโอดอร์ เฮอซึลได้รับการตอบรับมากกว่าและเมื่อสร้างความเชื่อและความคิดเช่นนี้ก็พยายามกลับเข้าไปยังถิ่นฐานที่เชื่อว่าเป็นของพวกตน แต่เผอิญว่าที่ตรงนั้นมันมีคนอยู่ คือ พวกปาเลสไตน์ มันก็เลยต้องมีการแก่งแย่งพื้นที่และทรัพยากรกัน
คนอิสราเอลพยายามปลุกระดมแนวคิดไซออนิสม์นี้ตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและก็พยายามเข้ามาอยู่ในปาเลสไตน์ให้จนได้ จนมาหลังสงครามโลกครั้งที่สอง อังกฤษซึ่งยึดครองปาเลสไตน์อยู่ในตอนนั้นก็ช่่วยให้ชาวยิวได้มีการตั้งรกรากในถิ่นปาเลสไตน์และพร้อมกันอังกฤษก็เซ็นสนธิสัญญากับฝรั่งเศษช่วยกันให้อิสราเอลตั้งถิ่นฐานได้มากขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มหันมาขยายพื้นที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ การขยายพื้นที่และการรุกเข้าไปตั้งรกรากของชาวยิวมันก็ทำให้กระทบผู้อยู่อาศัยก่อนแต่อิสราเอลก็ใช้ความรุนแรงทางทหาร กอปรกับได้รับความช่วยเหลือจากยิวที่อยู่ทั่วโลกช่วยในการครั้งนี้
อังกฤษเป็นเสมือนผู้สร้างปัญหาที่เอาชาวอิสราเอลไปไว้ที่นั้น และขณะปัจจุบันสหรัฐอเมริกาก็ได้สนับนสนุนให้อิสราเอลมีกำลังเข้มแข็งสามารถป้องกันตนเองและต่อสู้กับอาหรับได้ กองกำลังทางอากาศของอิสราเอลถือว่าเป็นรองก็แต่สหรัฐอเมริกานั่นเอง ทุกวันนี้อิสราเอลก็อยู่ด้วยความต้องการที่ไม่รู้จักพอ ฉะนั้นมันก็ทำให้ความขัดแย้งไม่มีวันยุติ ปัญหาที่ตามมามิได้กระทบแต่ผู้ที่เข้าร่วมสงครามแต่ยังกระทบกัับชาวยิวและปาเลสไตน์ที่เป็นประชาชนบริสุทธ์ิด้วย คนเหล่านี้ไม่มีความต้องการการยึดครอง ไม่มีความต้องการสู้รบ แต่ต้องการอยู่อย่างสงบ
ที่มาที่ไปของยิวและวาระซ้อนเร่นของยิวและสหรัฐอเมริกาน่าสนใจมาก ลองตามดูจากงาจากแหล่งข้อมูลที่ให้ไว้ข้างล่างเพิ่มเติมนะครับ
Keywords: zionism, Jew Diaspora,
๑. http://sjlendman.blogspot.com/2009/02/short-history-of-israeli-palestinian.html
๒. http://www.globalresearch.ca/index.php?context=va&aid=12195
๓. http://www.joelkovel.org/
๔. http://electronicintifada.net/v2/article6885.shtml
๕ http://jwest.wordpress.com/2008/03/01/the-jewish-people-an-invention-says-shlomo-zand/
๖. http://www.zionism-israel.com/log/archives/00000524.html
๗. http://monthlyreview.org/mrzine/segev120308.html
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น