วันจันทร์ที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

นโยบายต่างประเทศอเมริกัน (ต่อ)

วิลเลียม บลุม ได้นำเสนอภาพย้อนหลังของการแทรกแซงทางการเมืองของรัฐบาลอเมริกันต่อประเทศอื่น ๆ ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง (๑๙๔๕) เป็นต้นมา เป็นภาพที่พิสูจน์ได้ชัดเจนถึงแนวคิด พฤติกรรมที่กล่าวมาข้างต้นนี้

บลุมเห็นว่าแรงจูงใจที่ผลักดันนโยบายต่างประเทศอเมริกันมิใช่มาจากการต้องการให้สังคมโลกได้มีศีลธรรมแต่เกิดจากแรงจูงใจเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเองซึ่งอาจสรุปได้ดังนี้
๑. ช่วยให้บรรษัทข้ามชาติอเมริกันได้ทำงานสะดวกมากขึ้นและปลอดภัยขึ้นในการเข้าไปดูดทรัพยากรจากประเทศอื่น ๆ
๒. ช่วยส่งเสริมธุรกิจของบรรษัทค้าอาวุธซึ่งต่างได้ตอบแทนนักการเมืองในสภา
๓. ยื่นมือออกไปจัดการยับยั้งหรือป้องกันชาติที่จะหันไปหาอุดมการณ์ทางการเมืองอื่นที่นอกเหนือจาก แคปปิตอลิซึ่ม (ทุนนิยมเสรี)
๔. ทำตัวเป็นหัวโจก (Hegemony) ทางเศรษฐกิจและการเมือง

สหรัฐอเมริกาได้ดำเนินการแทกแซงทางการเมืองกับกว่า ๗๐ ประเทศดังนี้ (รายละเอียดอ่านต่อที่ http://www.thirdworldtraveler.com/Blum/US_Interventions_WBlumZ.html)

China, 1945-49: ช่วยเจียงไคเช็กต่อต้านกับจีนคอมมิวนิสต์

Italy, 1947-48: แทรกแซงการเลือกตั้งข้ออ้างเพื่อรักษาประชาธิปไตยในอิตาลี

Greece, 1947-49:แทกแซงช่วยเหลือฝ่ายนิโอฟาซิสต์ในกรีก

Philippines, 1945-53:กองกำลังทหารอเมริกันต่อสู้กับพวกฮัก (Huks) ตั้งแต่ในขณะที่พวกฮักส์ได้ต่อสู้กับญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลก กองกำลังอเมริกันจัดการกับกองกำลังฮักส์อย่างราบคาบและได้ตั้งรัฐบาลหุ่นขึ้นที่จำกันได้ดี คือ เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส เผด็จการหาตัวจับยาก

South Korea, 1945-53:
Albania, 1949-53: ร่วมมือกับอังกฤษพยายามโค่นล้มรัฐบาลคอมมิวนิสต์และตั้งรัฐบาลหุ่นแต่ไม่สำเร็จ

Germany, 1950s: ซีไอเอมีลูกเล่นแพรวพราว ทั้งก่อการร้าย และสงครามจิตวิทยากับเยอรมันตะวันออก และนำไปสู่การสร้างกำแพงเบอร์ลินในปี ๑๙๖๑

Iran, 1953:โค่นล้มนายกรัฐมนตรีมอสซาแด็ก ครั้งนี้สหรัฐอเมริการ่วมมือกับอังกฤษ มอสซาแด็กได้รับเลือกตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีโดยเสียงข้างมากอย่างเป็นประชาธิปไตยมาแล้วแต่ได้ตัดสินใจยึดเอากิจการนำ้มันเอกชนคืนมาเป็นของรัฐ (Nationalization) ทำให้อังกฤษไม่พอใจอย่างย่ิง เกิดการรัฐประหารและฝ่ายอังกฤษได้ตั้งซาห์ขึ้นมาแทน ในช่วง ๒๕ ปีของรัฐบาลหุ่น อังกฤษและอเมริกันได้ผลประโยชน์จากน้ำมันร้อยละ ๔๐ และที่เหลืออีก ๒๐ ก็แบ่งให้ประเทศเล็กน้อยอื่น ๆ ไป

Guatemala, 1953-1990s: เกิดรัฐประหารขึ้นเพื่อโค่นล้มรัฐบาลจาโคโบ อาร์เบนซ์ รัฐประหารครั้งนี้เป็นที่รับรู้กันว่าซีไอเออยู่เบื้องหลังและนำไปสู่การสังหาร การจองจำ ทารุณกรรมต่าง ๆ ตลอดจนการลักพาตัวผู้นำทางการเมืองและบุคคลสำคัญ และผู้บริสุทธิ์เป็นเวลากว่า ๔๐ ปี คร่าชีวิตผู้คนไปหว่าเรือนแสน ข้ออ้างในการทำรัฐประหารและเข้ามาจัดการกับกัวเตมาลาคือเพื่อเป็นการป้องกันกัวเตมาลาให้รอดพ้นจากภัยคอมมิวนิสต์โซเวียตซึ่งกำลังรุกคืบเข้ามา แต่ความเป็นจริงแล้วโซเวียตมิได้มีผลประโยชน์ในกัวเตมาลาเลยหรือมีแต่น้อยมาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ อาร์เบนซ์ได้ยึดกิจการต่าง ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ของบริษัทอเมริกันก่อนหน้านี้คืนมาเป็นของรัฐ (Nationalization)

รายละเอียดจะนำเสนอต่อไป
Middle East, 1956-58:

Indonesia, 1957-58:

British Guiana/Guyana, 1953-64:

Vietnam, 1950-73:

Cambodia, 1955-73:

The Congo/Zaire, 1960-65:
Brazil, 1961-64:
Dominican Republic, 1963-66:

Cuba, 1959 to present:
Indonesia, 1965:
Chile, 1964-73:
Greece, 1964-74:

East Timor, 1975 to present:

Nicaragua, 1978-89:
Grenada, 1979-84:

Libya, 1981-89:

Panama, 1989:

Iraq, 1990s:


Afghanistan, 1979-92:

El Salvador, 1980-92:


Haiti, 1987-94:


Yugoslavia, 1999:

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น