วันศุกร์ที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
ศาสตราจารย์ฮาร์วาร์ด อลัน เดอโชวิทซ์ เนติบริกรโดนสอยร่วงกลางอากาศ
การโต้วาทีระหว่างศาสตราจารย์กฏหมายหมาลัย ฮาร์วาร์ด อลัน เดอโชวิทซ์ เขียนหนังสือเรื่อง The Case for Israel เพื่อสร้างความชอบธรรมกับอิสราเอลที่บุกยึดปาเลสไตน์โดยเดอโชวิทซ์เห็นว่าอิสราเอลไม่เคยละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อปาเลสไตน์ พูดง่าย ๆ ว่า อลัน เดอโชวิทซ์กำลังสร้างความชอบธรรมให้กับอิสราเอลในการเข้าไปบุกยึดกาซ่าและเวลต์แบงค์ และกำลังจัดการให้ข้อมูลแตกต่าง (Disinformation) จากกลุ่มหัวเอียงซ้ายในอเมริกา ไม่แน่ใจว่าอลัน เดอโชวิทซ์แรงจูงใจอะไรเป็นเรื่องสำคัญเพราะทั้งชีวิตนี้เขาปกป้องและสร้างภาพอิสราเอลให้ดูดีอยู่เสมอ เพราะความที่เป็นนักกฏหมายก็อาจเห็นอิสราเอลเป็นจำเลยของสังคมโลก เช่นเดียวกับที่เขาเห็นว่าโอเจ ซิมป์สันก็เป็นจำเลยของสังคมอเมริกัน แต่โชคดีของสังคมอเมริกันที่ไม่ได้ปล่อยให้นักกฏหมายครอบงำความคิดคนอื่นได้หมด ยังมีนักวิชาการที่มีความรู้จริงและแม่นยำในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์อย่างศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเดอพอล นอร์แมน ฟิงกิลสไตน์ (Norman Finkelstein) เป็นนักประวัติศาสตร์รัฐศาสตร์ที่แม่นยำมากในเรื่องอิสราเอล ปาเลสไตน์ ค่อย ๆ ชี้ให้เห็นว่าหนังสือของเดอโชวิทซ์หลอกหลวงและบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างไร นี่แหละคือความรู้เป็นอาวุธสำคัญ
การโต้เถียงกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมันเพราะศาสตราจารย์ฮาร์วาร์ดมั่วเขียนหนังสือหวังทำผิดให้เป็นถูก ไปอ้างหนังสือของโจนส์ ปีเตอร์ที่เขียนฟุตโน้ตมั่วไปหมดแต่อิสราเอลกับยกย่องหนังสือเล่มนี้ ฟิงกิลไตน์บอกว่า เดอโชวิทซ์ไม่ควรจะสอนที่ฮาร์วาร์ดเพราะเป็นที่น่าอับอายมาก ที่อ้างมาร์ค ทเวน ในหนังสือโจนส์ ปีเตอร์ กว่า ๑๕ แห่งแต่ไม่ยักกะเขียนว่าอ้างจากโจนส์ ปีเตอร์ ประการที่สอง คือ ในหนังสือต้นฉบับเขียนจำนวนคนอาหรับทีอพยพ ๒๐๐๐๐๐ ถึง ๓๐๐ ๐๐๐ แต่เดอโชวิทซ์เขียน ๒๐๐๐ ถึง ๓๐๐๐ ลดไปกว่าร้อยเท่า แต่ก็ไม่เป็นไรถือว่าเป็นเรื่องสะกด
ประการที่สาม คือ เดอโชวิทซ์อ้างว่าอิสราเอลไม่เคยมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการฆ่าคนโดยไม่ได้ตั้งใจ ดูสิมันพูดไปได้ไง ฟิงกิลสไตน์ก็เลยสวนหมัดหนักอย่างจังให้อ่านรายงานจากองค์กรสิทธิมนุษยชนถึงกรณีที่ทหารอิสราเอลใช้รถถังเหยียบคนพิการที่มีธงขาวติดอยู่ที่รถเข็นด้วยแบนแต็ดแต๋กันไปทั้งคนและรถเข็น ฟิงกิลสไตน์ถามว่านี้ไม่ได้จงใจฆ่าหรือ ในท้ายที่สุดฟิงกิลสไตน์ขอให้เดอโชวิทซ์บอกว่าเขาไม่ได้เขียนหนังสือเล่มนี้และไม่มีความภูมิใจกับหนังสือเล่มนี้เพราะมันเป็นเกมตบตา มันหลอกได้ก็สำหรับชาวบ้าน แต่หลอกนักวิชาการไม่ได้
แต่ก็นั่นแหละ นักกฏหมายมันก็หาทางไปเรื่อย ๆ เฮ้อ มั่วจริง ๆ
Key words: Norman Finkelstein, Alan Dershowitz, Joan Peters, The Case for Peace, The Holocaust Industry,
Websites:
http://www.democracynow.org/
http://www.normanfinkelstein.com/poisonous-ravings/
http://www.alandershowitz.com/
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น