วันจันทร์ที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

จากนโยบายต่างประเทศ จีนไม่เคยเป็นชาติที่ก้าวร้าวแตกต่างจากอเมริกัน

ผมชอบเขียนอะไรสั้น ๆ เพราะ ประการแรก ไม่ชอบอ่านอะไรยาวมากหากไม่จำเป็น ผมเลิกอ่านงานเขียนของนักรัฐศาสตร์ไปเสียนาน เพราะเบื่อแนวการเขียนที่ไม่กระชับรวบรัด กะเหมือนจะเขียนให้ยาวและเขียนให้ดูโก้หรู ใช้ภาษาที่ฟังไม่ค่อยเข้าใจได้ง่าย ผมเข้าใจนะครับว่านักวิชาการต้องการนำเสนออะไรที่วัดได้ พิสูจน์ได้ และใช้เทคนิคึ่ลเทอมที่อ่านแล้วสื่อความหมายชัดเจนเป็นอันเดียวกันระหว่างหมู่นักวิชาการด้วยกัน แต่ข้อเสียก็คือว่าเราพยายามสร้างความซับซ้อนให้กับองค์ควาามรู้ขึ้นไปเรื่อย ๆ กับเรื่องง่าย หรือกับเรื่องที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ รัฐศาสตร์หรือการเมืองระหว่างประเทศก็คือกิเลส โลภ โกรธ หลง และเล่ห์เหลี่ยมของมนุษยชาตินี่แหละ ประการที่สอง สอดคล้องกับประการแรก คือ เมื่อตนไม่ชอบอ่านอะไรยาว ๆ ก็ไม่รบกวนคนอื่นต้องให้อ่านอะไรยาว ๆ เหมือนกัน ก็บอกไปเลยว่าเป็นอย่างไร ประเด็นที่จะเขียนคืออะไร แล้วมีอะไรมาสนับสนุนแนวความคิดหรือวาระบ้าง

วาระแรก คือ ผมไม่คิดว่าจีน รัสเซีย อิหร่าน และรัฐที่อเมริกากล่าวหาว่า "รัฐอันธพาล" ทั้งหลายเป็นอย่างที่สื่อกล่าวหากัน เราไม่เห็นว่ารัฐเหล่านี้เป็นรัฐที่เลวร้ายและชอบรังแกเพื่อนบ้านและสร้างภัยคุกคามให้กับภูมิภาค ผมเริ่มเปลี่ยนความคิดเช่นนี้หลังจากอ่านงานที่นอกเหนือจากสื่อทางเลือกมากขึ้น เช่น www.zmag.org, www.globalresearch.ca, etc. เว็บไซต์เหล่านี้ทำให้ผมได้รู้จักและเข้าใจหัวอกประเทศที่สื่อกระแสหลักให้ความสนใจมากขึ้น อย่างน้อยเรารู้ว่า ในประวัติศาสตร์จีนมองเรื่องความมั่นคงของชาติเป็นหลักแต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจีนเคยเข้าไปรุกรานเพื่อนบ้านหรือเป็นภัยต่อเพื่อนบ้าน ในประเด็นเช่น ธิเบต และ ไต้หวัน จีนถือว่าเป็นเรื่องความมั่นคงภายใน เช่นเดียวกันกับ ฮ่องกงและมาเก๊า ที่จีนเฝ้ารอการกลับคืนสู่อ้อมอกของจีนอย่างอดทน แม้ว่าจะนานแค่ไหนจีนก็ไม่เคยใช้กำลังลุกขึ้นมาประหัดประหาร กรณีไต้หวันก็เป็นเช่นเดียวกัน จีนอาจจะลุกขึ้นมาซ้อมรบแต่ไม่ได้ใช้กำลังทางทหารเข้าทำร้ายไต้หวันเลย แต่สิ่งที่เรารู้สึกในตอนนั้นเป็นเพราะสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะฝั่งโลกตะวันตกและโลกเสรีต่างหากที่ทำให้เรารู้สึกอย่างนั้น ผมมีโอกาสได้อ่านงานเขียนของอาจารยเขียน ธีระวิทย์ ทำวิจัยเรื่อง นโยบายต่างประเทศจีน () รู้สึกเข้าใจประเทศจีนและนโยบายต่างประเทศจีนมากขึ้น ความจริงแล้วหนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์มาตั้งปี ๒๕๔๑ สิบกว่าปีแล้วแต่เพิ่งได้อ่านเพราะผมไม่ได้อ่านหนังสือของนักรัฐศาสตร์มานานและผมไม่ได้สนใจงานเกี่ยวกับจีนมาก่อน อีกส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าหนังสือเล่มเขียนได้ดี กระชับและไม่เยิ่นเย้อ แม้จะมีควาามยาวถึง ๖๐๐ กว่าหน้าแต่ก็อ่านได้อย่างรวดเร็วและไม่สะดุด หนังสือเล่มนี้ได้ย้ำถึงนโยบายจีนที่จะอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างเคารพและไม่แทรกแซงการเมืองภายในของเพื่อนบ้าน ปัญหาเรื่องชายแดนจีนพยายามอย่างยิ่งที่จะใช้สันติวิธี แม้ว่าจะผ่านวิกฤติกับเพื่อนบ้านมาบ้างแต่จีนก็พร้อมจะลิมเรื่องราวร้าย ๆ และเดินหน้าร่วมกันต่อไปโดยไม่เก็บมาเป็นปัญหาคาใจ สิ่งหนึ่งที่จีนไม่พอใจกับบทบาทของประเทศเล็ก ๆ คือ การนำภัยมาสู่ภูมิภาค เช่น การส่งเสริมให้ประเทศมหาอำนาจมาตั้งฐานทัพและจ่อจรวดนิวเคลียร์ไปยังจีน การทำตัวญาติดีจนเกินไปกับประเทศมหาอำนาจหรืออาจเป็นสุนัขรับใช้จักรวรรดินิยมจนเกินไป หรือการเข้ามาสอดแนมจารกรรมข้อมูลของจีนอยู่เรื่อย ๆ สิ่งเหล่านี้นั่นเองน่าจะทำให้จีนไม่พอใจ แต่ถึงกระนั้นจีนก็ไม่เคยมีท่าทีจะใช้ความรุนแรงกับประเทศเพื่อนบ้าน

พูดถึงเรื่องจีนแล้วดูมันจะแตกต่างกับสหรัฐอเมริกา ผู้ซึ่งเป็นทั้งผู้เชิดชูอุดมการณ์แห่งประชาธิปไตย และการปฏิบัติตามแนวทางจริยธรรมแห่งสิทธิมนุษยชน ผมฟังสุนทรพจน์โดยประธานาธิบดีอเมริกันคนแล้วคนเล่าแล้วเคลิบเคลิ้มไปอยู่พักใหญ่ จอร์จ บุช กล่าวถึง ระเบียบโลกใหม่ (New World Order) และโอบามาพูดถึง "การเริ่มต้นใหม่" (New Beginning) ฟังแล้วทำให้รู้สึกถึงภาพฝันที่คนจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ แต่ที่ไหนได้สิ่งที่คนเหล่านั้นพูดเป็นแค่อุดมคติที่ชวนให้ฝันขณะเดียวกันความเป็นจริงรัฐบาลอเมริกันมีนโยบายที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่พร่ำ่สอนชาวโลกอยู่ตลอด วิลเลี่ยม บลุม ให้นิยามนโยบายต่างประเทศรัฐบาลอเมริกันอย่างนี้ครับ

"หากเราพลิกไปดูประวัติศาสตร์นโยบายต่างประเทศอเมริกันในห้วงศตวรรษที่ผ่านมา เราจะพบเห็นปรากฏการณ์เหล่านี้คือ
การรุกราน, ทิ้งระเบิด, โค้นล้มรัฐบาลของประเทศอื่น, การยึดครอง, การกดข่ีขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมต่าง ๆ, การลอบสังหารผู้นำทางการเมือง, การแทรกแซงเปลี่ยนแปลงการเลือกตั้ง, การแทรกแซงสหภาพแรงงาน, การสร้างภาพทางสื่อ, การจัดหน่วยเฉพาะกิจจัดการหรือสังหารผู้นำหรือบุคคลสำคัญทางการเมือง, การทำทารุณกรรมต่าง ๆ, สงครามชีวภาพ, การขนส่งยูเรเนียม, การค้ายาเสพติด, และแก็งมาเฟีย

http://www.thirdworldtraveler.com/Blum/US_Interventions_WBlumZ.html
http://killinghope.org/

มีต่อ วันหลัง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น